July 27, 2009

ถ้ายุงกัดแล้วเราฆ่ามันโดยการตบ แต่มันไม่ตาย เราจะปล่อยมันไปดี หรือว่าควรจะฆ่าให้ตาย เพื่อมิให้มันต้องทรมานดี

Posted in ข้อสงสัยต่างๆเกี่ยวกับคำสอน, ศีล, หลักปฏิบัติต่างๆ tagged at 3:33 am by whybuddha

           ในเรื่องการฆ่าสัตว์นั้น ตามหลักทางพระพุทธศาสนาไม่มีข้อสำหรับอ้างเพื่อจะฆ่า พระพุทธองค์เคยรับสั่งกับเด็กพวกหนึ่ง ซึ่งกำลังไล่ตีงูเรือนชนิดหนึ่งเป็นใจความว่า

 

“สัตว์ทั้งหลายย่อมสะดุ้งกลัวต่อความเจ็บปวดความตาย คนควรทำตนเองให้เป็นอุปมาว่า เรามีความหวาดกลัว ความเจ็บ ความตายฉันใด แม้สัตว์อื่นก็ย่อมจะมีความรู้สึกเช่นเดียวกันฉันนั้น เมื่อทราบอย่างนี้แล้ว ไม่ควรเบียดเบียนและฆ่าสัตว์อื่น”

อันที่จริงการที่คนตบยุง เพราะอ้างว่ายุงกัดนั้นเป็นข้ออ้างที่เห็นแก่ตัวเกินไป ยุงเขามากัดเราไม่ได้มีเจตนาจะให้ตาย เพียงแต่เขาขออาหารกับเรามื้อหนึ่งเท่านั้นเอง การที่เราตบสัตว์ที่มาขออาหารเพียงมื้อเดียวให้ตาย จะเป็นการสมควรหรือไม่นั้น ลองนึกเปรียบเทียบด้วยเอาตัวเราแทนยุง สมมติว่าเราไปขออาหารใครสักมื้อหนึ่ง หรือว่าเราขาดเลือดไปขอเลือดคนอื่นเขาสัก 300 ซี.ซี. คนที่เราขอไม่ฟังเสียงอะไรเลยจับขวานได้มาฟันหัวเราตายเลย ลองคิดดูเถิดว่าเป็นการตอบแทนที่รุนแรงเกินดีไปไหม ในกรณียุงกัดก็ เช่นกัน เขามาขออาหารจากเรา เพราะเขาเป็นสัตว์มีเลือดเป็นอาหาร เราไม่ต้องการจะบริจาคหรือยังไม่มีศรัทธา เพียงแต่เป่าให้หนีไป สัตว์ตัวเล็กขนาดนั้นก็เจ็บพออยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นอะไรเลยที่เราจะต้องตบยุงให้ตาย ในเมื่อเรามีวิธีอื่นที่ดีกว่าและไม่ต้องทำบาปด้วย เพียงแต่แสดงความเห็นแก่ตัวเล็กน้อยเท่านั้น

ส่วนในประเด็นที่ว่า ตบไปแล้วแต่ไม่ตาย ควรจะตบให้ตายหรือว่าปล่อยมันไป เพราะกลัวจะเป็นการทรมาน ข้อนี้ก็ต้องพิจารณาด้วยอุปมาเช่นกัน สมมติว่าเราถูกใครเขาทุบตีบาดเจ็บ เราจะเรียกเขามาฆ่าเราให้ตาย หรือว่าจะยอมทนเจ็บเอาไปรักษาแผลเอาภายหลังดี ในกรณีของยุงก็เช่นกัน การมีชีวิตอยู่ถึงแม้จะทรมานบ้าง ก็ย่อมจะดีกว่าตายเสียเลยทีเดียว อีกอย่างหนึ่งอายุของยุง มีไม่มากเหมือนคน การปล่อยไปทั้งๆ ที่มันบาดเจ็บ ย่อมดีกว่าฆ่าให้ตาย เพราะเราจะเป็นบาปเพียงทำร้ายร่างกาย ไม่ถึงกับฆ่าสัตว์ เป็นการลดบาปของเรา และยืดชีวิตของยุงไปด้วยในตัว ดังนั้นการปล่อยไป จึงเป็นการดีกว่า.

 

ถ้าฆ่าสัตว์ตายโดยไม่เจตนา เช่นแมว จะบาปน้อยหรือมากเพียงใด และถ้าบาปจะมีทางทำความดีลบล้างบาปนั้นได้หรือไม่

-การทำสัตว์ให้ตาย หรือฆ่าสัตว์นั้น จะเป็นบาปอย่างแท้จริง หรือเรียกว่าผิดศีล ท่านแสดงว่าต้องประกอบด้วยองค์ดังต่อไปนี้ คือ

  1. สัตว์นั้นยังมีชีวิตอยู่
  2. เรารู้ว่าสัตว์นั้นมีชีวิต
  3. ตั้งจิตหรือมีเจตนาที่จะฆ่าให้ตาย
  4. ทำความพยายามที่ จะฆ่าจะด้วยการยิง การตีการฟันก็ตาม
  5. สัตว์ตายด้วยความพยายามนั้น

เมื่อประกอบพร้อมด้วยองค์ครบทั้ง 5นี้ จึงถือว่าเป็นบาปอย่างแท้จริง แต่ในปัญหานี้แสดงว่าองค์ที่3 ขาดไป องค์ที่4 ไม่สมบูรณ์ จึงไม่ถือว่าเป็นการผิดศีลหรือขาดศีล แต่ก็ทำศีลของตนให้บกพร่องไปบ้าง ส่วนบาปนั้นมี แต่น้อย เพราะเป็นการกระทำไปด้วยอำนาจของความหลง และหลังจากทำไปแล้ว จิตของตนเศร้าหมอง

ในกรณีเช่นนี้ ส่วนมากท่านเรียกว่าเป็นเวร คือเป็นเรื่องที่เราจะต้องชดใช้   เพราะสัตว์ที่ตายไปอาจจะผูกพยาบาทต่อเรา และเราอาจจะถูกฆ่าตายด้วยการไม่เจตนาของบุคคลอื่นได้เหมือนกัน

ในเมื่อเป็นบาปน้อย การจะทำบุญล้างบาปจึงเป็นคนละเรื่อง หรือเรียกให้ชัดว่าคนละเหตุคนละผลกัน บาปก็ส่วนบาปซึ่งจะต้องให้ผลเป็นความทุกข์ บุญก็จะต้องให้ผลเป็นความสุขไปตามหน้าที่ แต่เราก็มีวิธีที่จะบรรเทาบาปนั้นให้เบาบางลง หรือให้ผลช้าลงได้ด้วยการเพิ่มปริมาณแห่งบุญ หรือความดีให้มากขึ้นถ้ากรรมฝ่ายดีของเรามีปริมาณมากพอ บาปเพียงเล็กน้อยก็อาจจะกลายเป็นอโหสิกรรมได้  แต่จะต้องเป็นการละเว้นกรรมชั่วอย่างอื่นไปด้วย ไม่ใช่ว่าผิดศีลข้อที่1ไม่ผิด แต่ไปทำผิดในข้ออื่น อย่างนี้ก็ลำบากหน่อย.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: