July 27, 2009

ถ้าเราจำเป็นจะต้องพูดโกหก เพื่อช่วยผู้ซึ่งมีนิสัยดี แต่การพูดนั้นก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้มีนิสัยไม่ดี เราควรจะทำอย่างไร

Posted in หลักปฏิบัติต่างๆ, เรื่องของสังคมและการวางตน tagged at 3:48 am by whybuddha

คนดีนั้น ย่อมกระทำสิ่งที่ “ไม่เบียดเบียนตนเอง ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่เบียดเบียนทั้งตนเองและคนอื่น   “

ในกรณีนี้เป็นการหาความสบายให้อีกคนหนึ่ง  บนความทุกข์ความเดือดร้อนของอีกคนหนึ่งจึงเป็นสิ่งที่คนฉลาดไม่ควรจะทำเป็นอย่างยิ่ง  เพื่อนที่ว่านิสัยดีในที่นี้ น่ากลัวจะไม่ดีจริงๆ เพราะถ้าเป็นคนดีจริง ไม่จำเป็นจะต้องให้คนอื่นโกหกช่วยเหลือเนื่องจากไม่มีความชั่วความผิด ที่จะต้องให้เพื่อนทำเช่นนั้น สมมติว่าเขามีนิสัยดีจริงอย่างว่า เขาคงไม่พอใจที่จะให้เพื่อนต้องโกหกเพราะเขา ตามลักษณะของคนดีทั้งหลาย เพราะความดีนั้นแหละจะช่วยตัวเขาเองแต่เมื่อถึงกับต้องโกหกช่วยกันเช่นนี้ อย่างน้อยจะต้องมีความชั่วในบุคคลดีเกิดขึ้น แล้วเราคนนอกจะทำอย่างไร

เพื่อให้ขบวนการแห่งกรรมเป็นไปตามวิถีทางของกรรม เราควรใช้อุเบกขา คือความวางเฉย ไม่แสดงความเสียใจ ดีใจ ในความวิบัติของคนนิสัยดีคนนั้น ถ้าไม่อย่างนั้นเราต้องเสียทั้งศีล และธรรม ถ้าขืนไปโกหกช่วยเขาเข้า พรหมวิหาร 4 ประการนั้น ตอนนี้เองที่ท่านสอนให้ใช้อุเบกขา ไม่ใช่ว่าถ้าคนที่เราเห็นว่าดี เป็นเพื่อนของเราเอง จะต้องช่วยเขาไปทุกกรณีถ้าเป็นอย่างนั้น ความวุ่นวายเดือดร้อนต่าง ๆก็จะเกิดขึ้นโดยไม่มีที่สิ้นสุด การจะช่วยเพื่อนนั้น จะต้องช่วยในกรณีที่

  1. เป็นการช่วยเหลือในกิจที่ชอบธรรม ไม่เบียดเบียนคนอื่น
  2. ช่วยเมื่อเห็นว่าเพื่อนได้รับความยุติธรรมโดยที่เพื่อนเราไม่ผิดจริง ๆ
  3. ช่วยตักเตือนเพื่อนในยามที่เขาประมาท
  4. ช่วยสงเคราะห์เพื่อนที่ยากจนขัดสนทรัพย์ตลอดถึงแนะนำในสิ่งที่เพื่อนควรจะรู้
  5. ช่วยป้องกันทรัพย์สมบัติของเพื่อนไว้จากโจรภัยเป็นต้น

แต่ในกรณีที่เพื่อนไปเกี่ยวข้องกับบุคคลอื่น จนก่อเรื่องราวทะเลาะวิวาทกันเป็นต้น เพราะเพื่อนเราเป็นต้นเหตุอย่างในปัญหา ต้องใช้อุเบกขาดังกล่าวแล้ว

ความเสียของคนส่วนมาก  อยู่ที่ถือพรรคถือพวกจนกลายเป็นเล่นพวก อะไรๆก็ต้องพวกตัวก่อน โดยไม่คำนึงถึงความควรไม่ควรแต่ประการใด จนกลายเป็นความพิการทางสังคมบางสังคม ที่รู้เห็นกันอยู่ในปัจจุบันเพราะความรักพวกรักพ้องนี้เอง บางครั้งทำให้เรามองข้ามความบกพร่องต่างๆของพวกพ้อง โดยพยายามคิดว่าพวกพ้องเราเป็นคนดี ซึ่งบางทีก็ดีจริงแต่บางคนก็หาดีอย่างที่เราคิดไม่

แม้คนที่นิสัยไม่ดี  ที่กล่าวในปัญหาก็เช่นกัน เขามีสิทธิที่จะอยู่อย่างปกติสุข ตามสภาพของเขา คนอื่นถ้าอยู่ในวิสัยที่จะช่วยแนะนำเขาก็แนะนำไป ถ้าไม่สามารถจะทำเช่นนั้นได้ ก็ต้องวางตนเฉย ๆ ไว้ ตราบใดที่ความไม่ดีของเขา ยังไม่คุกคามความสงบสุขของเราอันการช่วยโกหกเพื่อป้องกันเพื่อน ที่เราเข้าใจว่ามีนิสัยดี โดยการเบียดเบียนคนที่มีนิสัยไม่ดีนั้น เป็นการเพิ่มปริมาณคนไม่ดีขึ้น 2คน คือเรา กับคนที่เราเข้าใจว่าเขาเป็นเช่นนั้น  ทั้งเป็นการคุกคามต่อความอยู่อย่างปกติสุขของบุคคลอื่นด้วย โบราณท่านว่า “เป็นการแกว่งเท้าหาเสี้ยน” อันส่อถึงความอยู่ไม่สุขหาเรื่องเจ็บตัวอย่างน่าสงสาร

การโกหกนั้น ไม่ว่าจะอ้างเพื่ออะไร หรือใครก็ตามความโกหกก็คือโกหก ซึ่งจะทำคนให้เป็นคนโกหกไป “การมีปากเหมือนไม่มีปาก”เป็นหลักที่ควรใช้ในบางคราว เช่นในกรณีดังกล่าวแล้วนั้น ความสุขและปลอดโปร่งใจก็จะติดตามมา เมื่อเวลาไม่ยอมโกหกผ่านพ้นไป.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: