July 27, 2009

เมื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ผู้ใดแล้ว ผู้นั้นจะมีโอกาสได้รับส่วนบุญนั้นจริงหรือไม่

Posted in ข้อสงสัยต่างๆเกี่ยวกับคำสอน, หลักปฏิบัติต่างๆ, เรื่องของบาปบุญ tagged at 3:30 am by whybuddha

         การทำบุญเพื่ออุทิศกุศลให้แก่คนที่ตายไปแล้วเป็นแนวความคิดซึ่งมีมาก่อนพุทธกาล เมื่อ

พระพุทธศาสนาบังเกิดขึ้น พระพุทธเจ้าทรงปฏิรูปเข้ามาใช้ในทางพระพุทธศาสนา เรียกว่า

“ปุพพเปตพลี” คือการทำพลีกรรมเพื่ออุทิศให้แก่ท่านที่ล่วงไปก่อน จัดเป็นทานคือการให้อันหนึ่งของบุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ และท่านจัดเป็นบุญกิริยาวัตถุ คือที่ตั้งแห่งการบำเพ็ญบุญประการหนึ่ง เรียกว่า “ปัตติทานมัยบุญ”คือบุญที่สำเร็จหรือเกิดขึ้นจากการให้ผลแห่งความดีที่ตนทำไว้ พระพุทธศาสนาได้แสดงถึงการอุทิศส่วนกุศลให้คนที่ตายไปแล้วไว้มากแห่ง อันเป็นการยอมรับถึงความมีอยู่ของผลที่บุคคลอุทิศไปให้ผู้ตาย แต่เมื่อกล่าวโดยหลักฐานที่ท่านแสดงไว้ปรากฎเป็น 2 นัยด้วยกัน คือ

         ขึ้นอยู่กับฐานะของบุคคลที่ตายไปแล้วว่า ไปเกิดในภพภูมิเช่นไร มีความจำเป็นที่ต้องอาศัยผลบุญจากญาติที่ตนเกี่ยวข้อง ซึ่งยังมีชีวิตอยู่ไหม ในที่นี้ท่านแสดงว่า มีสัตว์จำพวกเดียวเท่านั้นที่มีโอกาสได้รับส่วนบุญจากญาติพี่น้อง เรียกเป็นภาบาลีว่า

“ปรทัตตูปชีวีเปรต”แปลว่า ผู้ละไปแล้ว ซึ่งจะมีชีวิตอยู่ด้วยการให้ของบุคคลอื่น

ส่วนสัตว์จำพวกอื่นก็มีกรรมบ้าง อาหารทิพย์บ้าง ต้นไม้ ใบไม้ หญ้าบ้างเป็นต้นเป็นอาหาร พวกเหล่านี้ถึงแม้จะมีการอุทิศกุศลไปให้ ก็ไม่มีความจำเป็นอะไร จึงเป็นพวกที่เรียกว่าอยู่ใน “อฐานะ”คือไม่อาจจะรับส่วนบุญได้

         แต่จะอย่างไรก็ตาม ในการทำบุญนั้น ผู้อุทิศย่อมได้รับส่วนบุญจากการกระทำของตน การอุทิศกุศลให้คนอื่น นอกจากไม่เป็นการลดส่วนบุญที่ตนกระทำแล้วยังเป็นการเพิ่มบุญของตนให้มากยิ่งขึ้นไปอีก นัยนี้ มีการกล่าวถึงกันน้อย เพราะเมื่อศึกษาไปจะพบหลักเกณฑ์ที่ดีกว่า คือ

         คนที่อยู่ในโลกนี้จะทำบุญอะไรก็ได้ ไม่จำเป็นว่าจะต้องทำทาน อาจจะเป็นการรักษาศีล ฟังธรรม นั่งกรรมฐาน ช่วยเหลือในการงานของคนอื่นเป็นต้นแล้วอุทิศกุศลที่ตนกระทำนั้นไปให้ญาติที่ตายไปแล้ว และญาติที่ตายไปแล้วทราบเรื่องนั้น และอนุโมทนา คือพลอยยินดีในบุญอันนั้น สรุปว่า คนที่ตายไปแล้วจะได้รับส่วนบุญหรือไม่นั้น ต้องประกอบด้วยองค์ 3ประการ คือ

ก.       ญาติมิตรในโลกนี้ ทำบุญอย่างใดอย่างหนึ่งมีการให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ประพฤติตน อ่อนน้อมถ่อมตนต่อคนอื่น ช่วยเหลือขวนขวายในกิจการงานของเพื่อนบ้าน และส่วนรวม กล่าวธรรมแก่คนอื่น ฟังธรรมจากพระและใครก็ได้ที่พูดเป็นธรรมและทำทิฐิ คือความคิดเห็นของตนให้อยู่ตามแนวธรรมจารีตประเพณี และหลักมนุษยธรรม กฏหมายเป็นต้น

ข.       ญาติ อุทิศผลอันเกิดขึ้นจากกัลยาณกรรมอันนั้น แก่ญาติของตนที่ตายไปแล้ว จะเป็นด้วยการกรวดน้ำ หรืออธิษฐานใจ หรือกล่าวออกมาเป็นภาษาไทย  หลังจากตนได้ทำความดีนั้นเป็นทำนองว่าขออุทิศผลอันเกิดจากกัลยาณกรรมนี้ แก่ญาติชื่อนั้นชื่อนี้ ขอให้ญาตินั้นจงรับและอนุโมทนา.

ค.       ญาติที่ตายไปแล้วจะไปเกิดในภพภูมิใดก็ตามทราบเรื่องนั้น และอนุโมทนา คือพลอยยินดีอันท่านเรียกว่า “ปัตตานุโมทนามัย”บุญสำเร็จด้วยการอนุโมทนาส่วนบุญ องค์ทั้ง 3 นี้จะบกพร่องไปอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ จะต้องประกอบพร้อมกันทั้ง 3 ประการ จึงจะบันดาลให้เกิดผลแก่ญาติที่ตายไปแล้ว

ในการอุทิศกุศลให้แก่คนที่ตายไปแล้วนั้น ได้โปรดเข้าใจว่า บุญที่ส่งไป ไม่ใช่พัศดุไปรษณีย์ แต่

เป็นเรื่องนามธรรม คนที่อุทิศก็ส่งนามธรรมไป คนรับก็ต้องรับด้วยใจ ซึ่งเป็นนามธรรมเช่นกัน การที่เรากล่าวว่าได้รับส่วนบุญนั้น เป็นภาษาที่พูดให้เข้าใจง่าย อันที่จริงคนเรามีกรรม คือการกระทำเป็นของของตน ความบริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์เป็นของเฉพาะตนคนหนึ่งจะทำให้อีกคนหนึ่งบริสุทธิ์หาได้ไม่ การอุทิศส่วนบุญก็เป็นไปในลักษณะนี้ คือ

คนตายอาศัยการกระทำความดีของญาติเป็นเหตุทำให้ตนได้บำเพ็ญบุญคือ  ปัตตานุโมทนามัย แต่บุญนี้คนที่ตายไปมีโอกาสได้ทำ ก็เพราะอาศัยบุญของญาติเป็นเหตุ ถ้าญาติไม่อุทิศให้ ตนก็ไม่มีโอกาสทำ เราจึงกล่าวว่าผู้ตายได้รับส่วนบุญจากญาติ

เพื่อให้เข้าใจง่าย ถ้าจะเปรียบให้เห็นได้ง่ายเหมือนคน 2 คน คนหนึ่งมีเทียนที่จุดแล้วอยู่ในมืออีกคนหนึ่งอยู่ในที่มืด ทั้งๆ ที่มีเทียนเหมือนกัน แต่ไม่มีไฟจะจุด คนที่มีเทียนในมือก็ส่งเทียนของตนให้อีกฝ่ายหนึ่งส่งเทียนของตนมาจุดกับเทียนของอีกฝ่ายหนึ่ง เจ้าของแสงเทียนคนแรกก็ยังมีแสงสว่างเหมือนเดิม นอกจากนั้นยังได้ช่วยให้ความสว่างแก่อีกคนหนึ่งด้วย องค์ 3 ประการดังกล่าวแล้ว จะบกพร่องไม่ได้แม้ในข้อเปรียบเทียบก็เช่นกัน ถ้าคนถือเทียนซึ่งจุดแล้วส่งไปให้ แต่อีกคนหนึ่งไม่ยอมส่งเทียนของตนมาจ่อเข้า เขาก็ไม่อาจได้รับแสงสว่างได้

         ปัญหาที่ว่าจะได้รับจริงหรือไม่นั้น ตอบได้ว่า ได้รับแน่ ถ้าประกอบด้วยองค์ 3 ดังกล่าวแล้ว แต่ถ้าองค์ 3 ประการบกพร่องไป เพียงข้อใดข้อหนึ่ง ย่อมไม่ก่อให้เกิดผลเช่นนั้นได้.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: