August 17, 2009

การสอนให้เชื่อเรื่องกรรมทำให้เป็นคนยอมแพ้ต่อชีวิต และ กรรมไม่มีตัวตนจะทำให้คนดีชั่วมั่งมีศรีสุขได้อย่างไร จะต้องมี พระเจ้าเป็นผู้กำหนดจึงจะถูกใช่ไหม?

Posted in ข้อสงสัยต่างๆเกี่ยวกับคำสอน, ชาวพุทธ tagged at 9:41 am by whybuddha

BUDDHATHAI          ปัญหานี้ออกจะมีโมหาคติคือลำเอียงเพราะความไม่รู้มากไปหน่อยเพราะพูดไปพูด

มาแสดงว่ากรรมในความหมายของพระพุทธศาสนาคืออะไรกันแน่ ก็ไม่เข้าใจซึ่งก็น่า

เห็นใจ ก่อนอื่นควรทราบว่ากรรมในความหมายของพระพุทธศาสนาคืออะไร?

          กรรมคือความจงใจที่บุคคลกระทำลงไป ทางกาย ทางวาจา อาจจะออกมาในทางดี

ไม่ดี กลางๆก็ได้ท่านเรียกว่า กุศลกรรม อกุศลกรรม และอัพยากตกรรม ตามลำดับ

          ด้วยเหตุนี้จะพบว่าชีวิตของเราทุกคนจึงผูกพันอยู่กับกรรมไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง

ตลอดเวลา การอาบน้ำ ทานข้าว เรียนหนังสือ ทำงาน งานประจำวันทุกรูปแบบ

ของคนล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นจากความจงใจที่บุคคลกระทำลงไปนั้นมีอะไรบ้างที่ไม่เป็น

กรรม?

          พระพุทธศาสนาแสดงว่าสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมกรรมเป็นตัวแบ่งแยกให้คน

แตกต่างกัน ซึ่งเป็นคำกล่าวที่เห็นได้ทันทีทันใด เช่นนักเรียนๆหนังสือ ผลสอบออกมา

ไม่เหมือนกัน คนทำราชการมีความก้าวหน้าต่างกัน คนประกอบอาชีพเดียวกันแต่ประสบ

ความสำเร็จแตกต่างกัน แม้คนที่ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรมก็ได้รับผลไม่เหมือนกัน

ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการจำแนกของกรรมทั้งนั้น

“กรรมจำแนกให้ต่างกันอย่างไร?”

          คือในการเรียน การทำงาน การประกอบอาชีพ การศึกษา และการปฏิบัติธรรม

ของคนเหล่านั้น มีเจตนาคือความจงใจ ความตั้งใจไม่เท่ากัน ผลจึงออกมาไม่เหมือนกัน

          อันที่จริงคำสอนเรื่องกรรมนั้นพระพุทธศาสนาเน้นหนักไปในกรรมปัจจุบันคือการ

กระทำของคนในปัจจุบันเป็นหลักสำคัญโดยสอนให้คนยอมรับเงื่อนไขแห่งกรรมว่า

        “คนเรามีกรรมเป็นของๆตนจะต้องเป็นผู้รับผลของกรรม มีกรรมเป็นกำเนิดมีกรรม

เป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นเป็นที่พึ่งอาศัยใครทำกรรมอันใดไว้ ดีหรือชั่วก็ตามจะต้องเป็น

ผู้รับผลของกรรมนั้น”

          ในขณะเดียวกันพระพุทธศาสนาได้จำแนกประเภทของกรรม พร้อมทั้งผลให้คนเลือก

กระทำและละเว้นตามสมควรแก่กรณี หากเขาต้องการความสุขความเจริญในชีวิตคือ

          กุศลกรรม เช่น ความขยัน มีสติ มีเมตตา กรุณา ในการดำรงชีวิตให้ผลเป็น

ความสุข ความเจริญ

          อกุศลกรรม เช่น ความเกียจคร้าน การลักขโมย การดื่มสุรา ยาเสพติด ขาดสติ เขลา มีความริษยาอาฆาตให้เป็นความทุกข์ความเดือดร้อน

          จะเห็นได้ว่าการสอนเรื่องกรรมในพระพุทธศาสนา แทนที่จะสอนให้คนแพ้ชีวิตกลับ

เป็นการกระตุ้นให้คนสำนึกว่า ความดี ความชั่ว ความทุกข์ ความเจริญ ก้าวหน้า ความมั่งคั่ง ยากจน ในชีวิตของตนนั้นหาได้เนื่องด้วยอำนาจภายนอกไม่ แต่ขึ้นอยู่

กับการกระทำของตนเองเป็นผู้สร้าง ผู้ทำลาย ผู้ดำรงรักษาชีวิตของตนด้วยตนเอง

          ตามหลักพระพุทธศาสนา นั้นกรรมของตนนั้นย่อมมีทั้งส่วนที่เป็นอดีตกาลใกล้

และอดีตกาลนานไกลและปัจจุบันกรรม อันมีความสลับซับซ้อนอยู่ในชีวิตของคนการ

อำนวยให้เกิดผลในปัจจุบัน จึงต้องอาศัยปัจจุบันกรรมเป็นหลัก อดีตกรรมมีความ

สำคัญรองลงมาจึงไม่มีปัญหาอะไรที่จะทำให้คนผู้ไม่มีความเข้าใจและเชื่อมั่น

ในกฏแห่งกรรมจะยอมแพ้ต่อชีวิตมัวรอการบันดาลแห่งกรรมอยู่ เพราะกรรมจะบันดาล

ให้เฉพาะแก่บุคคลผู้ทำกรรมเท่านั้นและผลที่เกิดขึ้นจากการบันดาลแห่งกรรมก็ต้อง

ไม่ขัดแย้งกับเหตุที่บุคคลได้กระทำลงไป เพราะพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงว่า

ยาทิสํ  วปเต พีชํ  ตาทิสํ  ลภเต ผลํ

กลยาณการี กลยาณํ  ปาปการี จ ปาปกํ

        แปลว่า บุคคลหว่านพืชเช่นใดย่อมได้รับผลเช่นนั้น ผู้ทำกรรมดีย่อมได้รับผลดี ผู้ทำความชั่วย่อมได้รับผลชั่ว

        การเชื่อและยอมรับกฏแห่งกรรมจะเป็นประทีปนำทางชีวิตให้บุคคลในสังคมมีความ

เคารพเชื่อมั่นในตนเองมากยี่งขึ้น จะต้องการผลเช่นไรก็ใช้ความเพียรพยายามประกอบ

เหตุเพื่อให้เกิดผลเช่นนั้นขึ้นมาด้วยตนเอง ไม่ต้องรอการดลบันดาลจากอำนาจภายนอก

พร้อมที่จะต่อสู้ผจญอุปสรรคที่เกิดขึ้นในชีวิตด้วยสติปัญญาความเพียรของตน

        เวลาแห่งชีวิตจะถูกใช้ไปเพื่อกุศลกรรมอันนำผลเป็นความสุขความเจริญให้เกิดขึ้น

แก่ตน แทนที่จะมัวอ้อนวอนบวงสรวง สะเดาเคราะห์ ผูกดวง วิ่งหาเจ้าพ่อเจ้าแม่ ขอหวยกันอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

        แต่ในปัจจุบันคนบางพวกเป็นอย่างไรบ้าง?

        คนบางพวกกลายเป็นทาสที่ปล่อยแล้วไม่ยอมไปเมื่อก่อนเคยปล่อยให้วิถีชีวิตของ

ตนขึ้นอยู่กับการดลบันดาลของ ธรรมชาติ ผีสาง เทวดา เทพเจ้า พรหมลิขิต พระเป็นเจ้า ปัจจุบันพวกเหล่านั้นมากลายเป็นดวง เป็นพระเจ้า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในชีวิตของตน

ถือว่าเป็นเรื่องของดวงกันหมด อาชีพหมอดู การสร้างเครื่องรางของขลังกลับเป็นอาชีพ

ที่สร้างความร่ำรวยให้แก่คนที่อยู่ในอาชีพนี้อย่างมาก

        นักเรียน นักศึกษา ข้าราชการ เป็นต้น อุตส่าห์เรียนและทำงานมาด้วยความเหนื่อย

ยาก แต่กลับต้องให้หมอดูช่วยตรวจดูว่าตนจะสอบไล่ได้ไหม ? จะได้เลื่อนตำแหน่งไหม จะได้เลื่อนสมณศักดิ์ไหม ? เป็นต้น

        การกระทำอันขาดความรับผิดชอบออกมาในรูปของอาชญากรรมต่างๆได้เกิดขึ้นครั้ง

แล้วครั้งเล่าในสังคม จนกลายเป็นความชาชินกันไปเสียแล้วหากคนเหล่านี้ยอมรับเชื่อ

ในกฏแห่งกรรมแล้วเรื่องเลวร้ายต่างๆในสังคมจะเกิดขึ้นหรือ ?

        ในตอนสุดท้ายของปัญหาที่อ้างเป็นทำนองว่าผลที่เกิดขึ้นในชีวิตของคนเป็นของพระ

เจ้านั้นไม่มีความเห็น เพราะจะกระทบกระเทือนต่อศาสนาอื่น เรื่องเหล่านี้ขอเพียงคนได้

ใช้ปัญญาตรวจสอบชีวิตของตนที่ผ่านมาทั้งในด้านดีและไม่ดี จะเห็นด้วยตนเองว่าผล

เหล่านั้นเกิดจากอะไรกันแน่ ไม่จำเป็นต้องพูดเรื่องที่นำไปสู่การถกเถียงที่ไม่เกิด

ประโยชน์อะไร อย่างที่เคยถกเถียงกันมานานแสนนานแล้ว

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: