August 17, 2009

ทำอย่างไรจึงจะทำให้ชาวบ้านเข้าวัด ไม่เบื่อวัด หรือเข้าใจ ผิดในการเข้าวัดเหมือนในขณะนี้ ?

Posted in หลักปฏิบัติต่างๆ tagged at 10:35 am by whybuddha

SM_BUDDH         เอคำถามนี้ออกจะชอบกลอยู่นาไม่เข้าใจว่า ผู้ถามมีความเข้าใจคำถามของตน

อย่างไรบ้างเพราะว่าโดยปกติแล้วคนที่เข้าวัด ย่อมไม่เบื่อวัด การที่เขาพยายามสละกิจ

การงานของตนไปวัด เป็นการแสดงอยู่ในตัวว่าเขามิได้เบื่อวัด ถ้าเขาเบื่อเขาก็ต้อง

ไม่เข้าวัด การที่เขาเข้าวัดแสดงว่าเขาไม่เบื่อการกระทำมีการยืนยันความรู้สึกอยู่

อย่างนี้จะให้เขาเข้าว่าอย่างไร ?

        ในกรณีของคนบางคนที่แสดงออกมาว่าตนเบื่อวัดไม่อยากเข้าวัดนั้นอาจจำแนก

ออกได้หลายพวก เช่น

       – พวกที่พูดเพื่อแสดงว่าตนนั้นดีวิเศษเหลือเกิน วัดเป็นสถานที่ไม่คู่ควรแก่การเข้า

ไปของตนจึงบอกว่าตนเบื่อวัด

       – พวกที่ไม่พร้อมจะเข้าวัดเพราะการงาน หรือเพราะการอยากสนุกเป็นต้นแต่หาก

จะอ้างอย่างนั้นทำให้มีข้อโต้แย้งได้ จึงโยนความไม่ดีไปให้วัดเป็นทำนองว่า

        ที่จริงฉันนะมีศรัทธาในศาสนามากอยากเข้าวัด เมื่อก่อนเคยเข้าประจำแต่เห็น

ความไม่เหมาะสมไม่ควรภายในวัด จึงเบื่อไม่อยากเข้าว่าเขานั่น พวกนี้คือองุ่นเปรี้ยว

อย่างที่รู้ๆกัน

        -พวกหนึ่งนั้นเป็นคนมีอัธยาศัยประณีตเข้าไปในวัด เห็นความไม่เรียบร้อย เช่นการ

วางตัวไม่เหมาะสมของผู้ที่อยู่ในวัด วัดขาดความเป็นระเบียบสกปรกรกรุงรัง การเรี่ยไร

หลายรูปแบบที่น่าเลื่อมใสบ้าง ไม่น่าเลื่อมใสบ้างซึ่งส่วนมากแล้ว ไม่น่าเลื่อมใส

การขัดแย้งผลประโยชน์กันในด้านต่างๆของพวกที่ไม่เข้าถึงหลักอันแท้จริงของศาสนา

ตลอดถึงการอรรถาธิบายธรรมออกนอกแนวทางพระศาสนาเป็นต้น

        เนื่องจากเป็นคนรักพระศาสนาปรารถนาที่จะเห็นความเรียบร้อย สวยงาม เหมาะสม

แก่ศาสนาสถานและศาสนาบุคคล เมื่อไม่เป็นไปตามที่ตนต้องการจึงเกิดอาการเบื่อ

หน่ายไม่ต้องการที่จะเข้าวัด

        คนประเภทนี้เป็นพวกที่ควรแก่การสนใจที่สุดการจะแก้ไขนั้นอาจทำได้ด้วย

        ๑.หากสำนึกว่าศาสนานั้นไม่ใช่ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อเกิดปัญหาที่จะ

ต้องร่วมกันแก้ไข การปลีกตนออกไปจึงไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง ควรร่วมมือกันแก้ไขด้วยเหตุผล

และวิธีการที่เหมาะสม

        ๒.คนที่อยู่ภายในวัดต้องสำนึกว่าตนเองเป็นเหมือนเจ้าหน้าที่ทางศาสนาต้องพฤติ

ตนและกระทำการต่างๆ ในส่วนที่เป็นความรับผิดชอบให้ดี

        ๓.พยายามอย่าใช้วิธีกล่าวโจมตีหรือเกณฑ์ให้คนนั้นคนนี้ทำเพียงอย่างเดียว ใครมี

ความรับผิดชอบศาสนาใด จุดใด ควรทำหน้าที่ของตนให้ดีตามควรแก่ฐานะนั้นๆ

        อย่าลืมว่าปัญหาที่เกี่ยวกับชาติศาสนานั้น เป็นปัญหาร่วมกัน การจะแก้จึงควรร่วมมือ

กันแก้ การถือว่าธุระไม่ใช่หรือชั่วช่างชีดีช่างสงฆ์ ไม่ควรใช้ไปทุกกรณี หากทำได้เช่นนี้ผล

ดีจะเกิดขึ้นแต่อย่าเล็งผลเลิศจนถึงกับ

        “ต้องการจะให้ทุกคนที่นับถือศาสนาพุทธเข้าทำบุญในวัด เพราะเป็นไปไม่ได้และไม่มี

ความจำเป็นมากขนาดนั้น ขอเพียงให้คนสนใจในศีลธรรมปฏิบัติตามศีลธรรมกันตาม

ควรแก่ฐานะก็เป็นเพียงพอแล้ว”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: