August 17, 2009

นิพพานนั้นมีจริงหรือไม่จะพิสูจน์ได้อย่างไรว่านิพพานมีจริง?

Posted in นิพพาน tagged at 10:19 am by whybuddha

  NAGABUD                                                       

        มีนะมีอยู่ เพราะท่านผู้ใดบรรลุนิพพานมีมากต่อมากตามหลักฐานทางพระพุทธ

ศาสนา การที่จะพิสูจน์ว่านิพพานมีอยู่หรือไม่อย่างไรนั้น ต้องพิสูจน์ตามกรรมวิธีที่ท่าน

ผู้ได้บรรลุนิพพานได้พิสูจน์มาแล้ว เหมือนการพิสูจน์รสอาหารด้วยลิ้นการพิสูจน์เสียง

ด้วยหูฉะนั้น เครื่องมือในการพิสูจน์ว่านิพพานมีอยู่จริงหรือไม่คือ อริยมรรคมีองค์ ๘ประการ ซึ่งเป็นข้อปฏิบัติเพียงอย่างเดียวที่จะนำคนให้พบเห็นพระนิพพานด้วยปัญญา

ของตน มรรคมีองค์ ๘ประการคือ

       

 “ปัญญาอันเห็นชอบ ความดำริชอบ การเจรจาชอบ ทำการงานชอบ เลี้ยงชีวิตชอบ ทำความพยายามชอบ ระลึกชอบ ตั้งใจมั่นชอบ”

          หากใครต้องการพิสูจน์ให้ประจักษ์ชัดด้วยตนเองก็ต้องปฏิบัติไปตามอริยมรรค

มีองค์ ๘ ประการนี้ให้บริบูรณ์ไม่บกพร่อง แล้วก็จะรู้ได้ด้วยตนเองเพราะนิพพานเป็นบรม

ธรรม อันวิญญูชนจะพึงรู้ได้เฉพาะตนเหมือนกับผู้บริโภคอาหารชนิดนั้นๆเท่านั้นจึงจะ

ทราบรสอาหารด้วยตนเองการอธิบายเรื่องรสอาหารไม่อาจให้ทราบรสอาหารที่แท้จริง

ได้ฉันใด ลักษณะแห่งนิพพานก็มีลักษณะเช่นเดียวกันฉันนั้น

          หากว่ายังไม่อาจที่จะปฏิบัติตามมรรคมีองค์ ๘ ประการ ให้บริบูรณ์ได้บุคคลควร

ปฏิบัติตนอย่างไรจึงสามารถทำใจให้ยอมรับความมีอยู่แห่งนิพพานได้?

        นิพพานนั้นอาจแบ่งได้ ๒ ระดับ คือ

          นิพพานที่เป็นส่วนเหตุได้แก่การขจัดกิเลสให้ออกไปจากจิต จิตเป็นอิสระไม่ต้องทำ

อะไรไปตามอำนาจของกิเลสอย่างสามัญชน

          นิพพานที่เป็นส่วนผลที่เกิดสืบเนื่องมาจากการละกิเลสได้เป็นสภาพที่ไม่ถูกแผดเผา

ด้วยเพลิงกิเลสและเพลิงทุกข์กลับเป็นความสงบ ความสุขอย่างแท้จริง

          ตามที่ท่านแสดงว่า

 

         ความสุขยิ่งกว่าความสงบไม่มี  นิพพานเป็นความสุขอย่างยิ่ง

         เมื่อว่ากันโดยเหตุผลเป็นเช่นนี้ ย่อมเป็นการแสดงว่าการละกิเลสได้จะมากหรือน้อย

ก็ตามทำให้ผู้ละกิเลสได้เข้าสู่เขตของนิพพานในระดับใดระดับหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

นิพพานที่เรียกว่า

          สันทิฏฐิกนิพพาน คือ นิพพานที่บุคคลจะพึงเห็นได้ด้วยตน เช่นมีเรื่องมากระทบจน

เกิดความโกรธอย่างรุนแรง แต่ก่อนที่จะกระทำอะไรลงไปตามแรงกระตุ้นของความโกรธ

กลับมีสติยับยั้งความโกรธเอาไว้ได้ จนจิตกลายเป็นความเมตตา กรุณาเป็นต้น บุคคล

นั้นสามารถเห็นผลที่เกิดขึ้นจากการฆ่าความโกรธลงไปว่า ให้ความสงบเย็นใจมากน้อย

เพียงไร เมื่อมองไปในมุมตรงกันข้ามคือการทำอะไรลงไป ตามอำนาจของความโกรธก็จะ

เห็นว่า เวร ภัย เป็นอันมากที่จะเกิดขึ้นเผาลนจิตใจของตนให้เกิดความเร่าร้อนจิตหลุด

พ้นด้วยอำนาจกิเลสที่เกิดขึ้นเฉพาะเรื่องนั้นๆ ท่านเรียกว่า ตทังควิมุตติคือจิตหลุด

พ้นจากกิเลสได้ชั่วคราว เป็นส่วนหนึ่งของสภาพจิตที่เรียกว่านิพพานซึ่งเป็นการแสดงให้

เห็นได้ว่าส่วนเล็กๆของนิพพานนั้น เป็นที่คนปกติทั่วไปที่ใช้สติปัญญาในการดำรงชีวิต

สามารถสัมผัสได้ รู้ได้ด้วยใจของตนเองหากบุคคลไม่อาจพิสูจน์ได้ แม้ด้วยวิธีนี้ก็ต้อง

อาศัย ตถาคตโพธิสัทธาคือการเชื่อในความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าว่าพระองค์ได้

ตรัสรู้ด้วยการทรงบรรลุนิพพาน ทรงสั่งสอนธรรมแก่โลกในระดับต่างๆ ระดับที่สูงสุดนั้น

คือเรื่องมรรคผลนิพพานพระพุทธองค์และอรหันต์ทั้งหลายนั้นได้ปรินิพพาน นิพพานไป

แล้วมากต่อมาก

          ข้อที่ไม่ควรลืมคือการที่บุคคลจะพิสูจน์อะไรก็ตามจะต้องพิสูจน์ตามหลักการและวิธี

การเพื่อพิสูจน์ทดสอบเรื่องนั้นๆ โดยเฉพาะอย่าพยายามพิสูจน์กลิ่นหอมของดอกไม้ด้วย

สายตาเป็นอันขาดเพราะจะเสียเวลาไปโดยไม่เกิดประโยชน์ตามที่ตนต้องการได้.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: